My-Translation

 Notice:
- เอนทรีนี้เป็นการสรุปเนื้อหาจาก Hidamari Sketch ฉบับนิยาย "ยินดีต้อนรับสู่หอพักฮิดามาริ" (ひだまりスケッチノベル ようこそひだまり荘へ)
- ผู้แต่งเนื้อเรื่องฉบับนิยายคือ Higurashi Shabou, ผู้วาดภาพประกอบคือ Aoki Ume
- ฉบับนิยายมีทั้งหมด 2 ฉบับ (อ้างอิง) แต่เท่าที่หาได้เจอเล่มนี้อยู่เล่มเดียว
- เนื้อหาที่สรุปและภาพประกอบ ได้มาจากฉบับที่ถูกแปลเป็นภาษาจีนบนบอร์ด lightnovel.cn ใครสนใจลองอ่านแบบจีน สามารถตามไปอ่านได้ที่ กระทู้นี้
- ผิดพลาดประการใดขออภัยไว้ล่วงหน้า อยากเสริมหรือทักท้วงตรงไหน เชิญได้ทางช่อง comment ไม่ต้องเกรงใจ

===============================================

<< Link ตอนก่อนหน้า || สารบัญสรุปนิยาย Hidamari Sketch || Link ตอนถัดไป >>

=============================================== 

บทที่ 1
- โซบะย้ายบ้าน -
(Part 3)


ย้อนกลับไปดูมิยาโกะช่วงขณะที่ซาเอะกำลังเคร่งเครียดกับงานบ้าง
มิยาโกะนอนแผ่หราบนพื้นกลางห้อง ตาจับจ้องอยู่ที่เพดาน แม้จะโซ้ยมื้อเช้าไปแล้วแต่ท้องก็ร้อง
โครกครากเพราะย่อยเกือบหมดแล้ว
    "จริงสิ ยังไม่ได้กินมื้อเที่ยงเลย....."
มิยาโกะคลานกระดืบๆ ไปเปิดตู้เย็น ทั้งที่รู้ว่าเปิดมาต้องเจอกับความว่าเปล่า จนอดถอนหายใจไม่ได้
ห้องของมิยาโกะนั้นนอกจากตู้เย็นแล้วก็มีแค่พวกกระดาษกับอุปกรณ์วาดเขียน

มิยาโกะกลับลงไปนอนแผ่หราอีกรอบ ตะวันบ่ายคล้อยไป แสงลอดผ้าม่านสะท้อนกระทบลงบน
กำแพงและเพดาน
    ".....ไม่อยากกินปลาแห้งแล้วอ้ะ"
มิยาโกะมีปลาทู*ตากแห้ง {ในฉบับภาษาจีนว่าเป็น  竹荚鱼 เป็นพวกปลาทู/ปลาแมคคอเรล}
ที่ตากไว้ตรงระเบียงเป็นอาหารยังชีพยามฉุกเฉิน ถ้าชิงกินเจ้านี่แล้วเผลอๆ อาจอยู่ไม่รอดถึงพิธี
ปฐมนิเทศ หรือแม้แต่จะได้เจอหน้าเพื่อนใหม่ก็เป็นได้.....
    "อ๊ะ จริงสิ!"
มิยาโกะลุกพรวดขึ้นมา
    "เพื่อนใหม่!"
ว่าแล้วก็กอดอก ครุ่นคิดว่าเพื่อนใหม่นั้นจะเป็นคนยังไง.....
    "ต้องเป็นคนสูงยาวเข่าดีแน่ๆ เลย!"
มิยาโกะโพล่งขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย นั่งเทียนเดาเอาล้วนๆ
    "อ๊ะ ถ้าเป็นเจ้าของร้านข้าวแกงกะหรี่ก็เจ๋งเลย...รึร้านขนมปังก็ไม่เลว จะได้กินอาหารฝรั่งทุกวัน...
    ...ไม่สิๆ ถ้าเป็นเจ้าของร้านอาหารฝรั่งเลยน่าจะแจ่มกว่า..."
มิยาโกะพูดไปพลาง พลิกเปิดสมุดไปพลาง และวาดอะไรบางอย่างลงไป
ไม่นานนักก็ได้ยินเสียงเคาะประตู ฮิโระเอาแอปเปิ้ลที่ได้รับจากที่บ้านมาแบ่งให้
และกำลังจะบอกว่าให้เก็บไว้สักพักก่อนค่อยกินแต่พูดยังไม่ทันขาดคำมิยาโกะก็คว้าเข้าปาก
เคี้ยวกร้วมๆ แล้ว ฮิโระชายตามองไปเห็นสภาพห้องก็ถามมิยาโกะ
    "กำลังวาดรูปอยู่เหรอ?"
    "อื้ม อยากดูมั้ย"
ฮิโระเข้าห้องไปหยิบรูปมาดู ปรากฏว่าเป็นรูปสารพัดของกิน ทั้งโซบะ แกงกะหรี่ สปาเก็ตตี้
ข้าวหน้าหมูทอด....
    "อ๋อ ไม่มีตังค์ซื้อข้าวกินเลยวาดรูปมาดูแก้หิวแทนน่ะ"
    "มิยะจัง.....เอ่อ เข้าใจแล้วล่ะจ้ะ วันนี้ไปทานมื้อเย็นที่ห้องฉันเถอะ"
ฮิโระพูดพลางปาดน้ำตา เพราะไม่คิดว่ามิยาโกะจะจนกรอบขนาดนี้ ส่วนทางมิยาโกะก็ร้องไชโย
ด้วยความดีใจสุดชีวิต แล้วมิยาโกะก็ให้ฮิโระดูรูปที่ตัวเองวาด "เพื่อนบ้าน" ซึ่งที่จริงแล้วคือ
2 คนที่เจอ เมื่อเช้า ฮิโระเห็นเข้าก็ถึงกับตัวสั่นเพราะรูปนั้นดันวาดแบบแอบสแตร็ก (Abstract)
หน้าตาเลยดูพิลึกพิลั่นปนน่ากลัวอย่างบอกไม่ถูก
    "เมื่อเช้าเห็นกำลังง่วนกันอยู่เลย"
    "เป็นปรากฏการณ์ประหลาดจริงๆ สินะ เพราะแบบนี้ใช่มั้ยถึงได้ชื่อว่า 'หอนองเลือด'* น่ะ..."
{จิดามาริ (血だまり) หนึ่งในชื่อเล่นของหอฮิดามาริที่มีคนตั้งให้ ปรากฏในภาคแรก ตอน 2}
    "?"
    "อ๊ะ ม-ไม่มีอะไร.....พอเถอะ รีบลงไปข้างล่างกันเลยดีกว่า แล้วเดี๋ยวเรียกซาเอะมาด้วย วันนี้มา
ค้างที่ห้องฉันกันเถอะ"
    "แจ๋วเลย ถ้าค้างคืนก็ได้เพิ่มอีกมื้อนึงใช่มั้ย?"

สองชั่วโมงต่อมา มิยาโกะกับซาเอะที่ตามมาสมทบในห้องฮิโระอิ่มหนำสำราญกับสปาเก็ตตี้ซอสครีม
เป็นที่เรียบร้อย
    "ฮะๆ ๆ มิน่าถึงได้อยากให้มาค้างด้วย"
    "นึกว่าเป็นผีซะอีก..."
หลังฟังมิยาโกะอธิบาย ฮิโระก็อายม้วนจนต้องเอาหน้าซุกหมอนไว้
    "ฮิโระซังนี่ขี้กลัวจริงๆ แฮะ"
    "ฮือ..."
    "ฮิโระไม่ถูกกับเรื่องแบบนี้เอาซะเลยนะ"
    "โอ้ว สมกับเป็นผู้ชายที่รู้เรื่องฮิโระซังดีทุกกระเบียดนิ้ว"
    "ใครเป็นผู้ชายกัน หา! พูดอะไรเหลวไหล" {ไม่ปฏิเสธเรื่องฮิโระ สินะ สินะ -..-}
ซาเอะดึงแก้มมิยาโกะเต็มเหนี่ยว
    "อ๊า...ผิดไปแล้วค่า ปล่อยเถอะปากนี่เป็นของสำคัญสำหรับไว้ใช้กินข้าวโดยเฉพาะเชียวนะ"

หลังมิยาโกะสำนึกได้ผิดซาเอะจึงคลายความโกรธลง
    "ในเมื่อมีบริษัทมาทำความสะอาด แสดงว่าคนห้อง 201 ใกล้ย้ายเข้ามาแล้วสินะ"
    "อื้ม.....ไม่รู้จะเป็นคนแบบไหนเนอะ"
ฮิโระหั่นแอปเปิล ปอกเปลือกออกอย่างคล่องแคล่ว เสิร์ฟให้ทานเป็นของหวานหลังอาหาร
ส่วนเค้กที่ซื้อมาโดนมิยาโกะฟาดเรียบไปก่อนแล้ว
ซาเอะถามขึ้นระหว่างที่มิยาโกะกำลังหยิบแอปเปิลเตรียมเข้าปาก
    "มิยาโกะอยากให้เพื่อนใหม่เป็นคนแบบไหนเหรอ"
    "อืม...มื้อเย็นกินสปาเก็ตตี้ไปแล้ว ดังนั้นถ้าเป็นคนที่ทำอาหารญี่ปุ่นเก่งๆ ก็ดีนะ"
    "ไม่ใช่แล้ว....."
    "งั้นอาหารฝรั่งเศส!"
    "ไม่ได้ถามเรื่องกินซะหน่อย!"
ซาเอะออกอาการอยากเขกกะโหลกคนซักป้าบ
    "ก็ได้ๆ งั้นขอฟันธงว่าต้องเป็นคนวาดรูปเก่งแน่ๆ!"
มิยาโกะยกมือพูดหลังกลืนแอปเปิลลงท้อง
    "ถ้าพูดถึงคนเรียนสายศิลป์ก็ต้องวาดรูปได้อยู่แล้วสิ"
    "ฟันธงฉับที่สอง! ต้องเป็นคนตัวเล็กน่ารัก!"
    "ไหงคิดงั้นล่ะ?"
    "เพราะจะได้ดูเข้ากันเวลายืนรวมกับพวกซาเอะซังน่ะสิ"
    "เอ๋?"
ซาเอะสูง 167 ซม. ส่วนฮิโระสูง 155 ซม. พอยืนคู่กันแล้ว...
    "ถ้าซาเอะซังเป็นคุณพ่อ ฮิโระซังก็เป็นคุณแม่ไง"
มิยาโกะจัดบทให้เสร็จสรรพ ซาเอะหน้าแดงแปร๊ด ตั้งท่าเตรียมเอาเรื่อง
    "พูดอะไรน่ะ ว่าใครเป็นคุณพ่อกัน หา!"
    "ฮะๆ น่าสนุกดีออก"
ฮิโระหัวเราะชอบใจจนซาเอะหันไปมองแบบเคืองๆ
    "กระทั่งฮิโระก็เป็นไปกับเขาด้วย....."
    "แล้วก็อีกอย่าง..."
มิยาโกะทำท่าครุ่นคิดก่อนจะยิ้มแป้นให้คำตอบว่า
    "อยากให้เป็นคนอารมณ์ดี ถ้าได้ทำอะไรสนุกๆ ด้วยกันทุกวันก็ดีสิ"
    "อื้ม นั่นสินะ"
    " อื้ม ยังไงก็ต้องอยู่ด้วยกันตั้งสามปีนี่"
    "สำหรับพวกเราก็สองปีล่ะนะ"
    "อ้าว ไหงงั้นล่ะ?"
    "พวกเราอีกสองปีก็จบแล้วน่ะสิ"
ซาเอะต้องช่วยย้ำให้มิยาโกะอีกรอบ
    "นึกว่าจะอยู่ที่นี่ไปตลอดซะอีก"
    "จะไปอยู่ตลอดได้ยังไงกันล่ะ....."
ซาเอะตอบ ส่วนฮิโระที่อยู่ข้างๆ ก็มาแตะไหล่
    "เรื่องในอนาคตจะให้พูดตอนนี้ก็คงยาก แต่โอกาสแบบนี้ไม่มีครั้งที่สอง ถ้าหากสนิทสนมกับ
เพื่อนใหม่ ได้สร้างความทรงจำดีๆ ร่วมกันก็ถือว่าน่ายินดีแล้วล่ะ"
    "......อื้ม"
หลังฟังฮิโระพูด ซาเอะก็ยิ้มออก {จขบ.ด้วย กร๊าก}

คนที่มาพักอยู่หอฮิดามาริแห่งนี้ส่วนใหญ่เป็นนักเรียนของโรงเรียนยามะบุกิก็จริง แต่หอนี้ไม่ได้เป็น
ของโรงเรียน ดังนั้นถึงแม้ไม่ใช่นักเรียนโรงเรียนนี้แค่เจ้าของหอเห็นชอบก็สามารถมาเช่าอยู่ได้
และตอนนี้ทั้ง 6 ห้องก็เหลือห้องว่างอยู่อีก 2 ห้อง

    "นั่นสินะ อนาคตเป็นเรื่องที่ยังไม่มีใครรู้นี่นา"
    "ใช่ๆ เหมือนกับสมุดวาดเขียนเล่มใหม่ไงล่ะ"
ฮิโระเปรียบเทียบมิยาโกะเหมือนกระดาษวาดเขียนขาวๆ ที่นึกอยากวาดอะไรก็วาดลงไปได้ตามใจ
    "ถ้าเพื่อนใหม่ย้ายเข้ามาไวๆ ก็ดีสิ"
    "อย่างแรกก็ต้องถือชามไปทักทาย ส่วนโซบะย้ายบ้านก็ต้องขอแบบคันโต อ๊ะ! แต่ถ้าเป็นอุด้ง
ฉันชอบแบบคันไซนะ"
    "ให้ตายสิ..."
    "ฮะๆ ไว้ถึงเวลาเมื่อไหร่จะจัดงานเลี้ยงต้อนรับให้แล้วกันจ้ะ"

สามวันต่อมา
ยูโนะ เจ้าของห้อง 201 ได้ย้ายเข้ามาถึงเป็นที่เรียบร้อย
    "เฮ้อ~~ ย้ายของเสร็จซะที~~"
ยูโนะถอนหายใจหลังยกกล่องสัมภาระทั้งหมดเข้ามาจนครบ ยกมือขึ้นปาดเหงื่อบนหน้าผาก
กวาดตามองห้องว่างที่บัดนี้ได้กลายเป็นบ้านใหม่ของตัวเอง
    "จากนี้ก็ขอฝากตัวด้วยนะจ๊ะ"
ยูโนะพูดพลางโค้งให้กับห้องว่างๆ
เสียงกริ่งดังขึ้นราวกับรู้จังหวะ
    "อ๊ะ มาแล้วค่ะ!"
ตอนแรกยูโนะเข้าใจว่าคนของบริษัทย้ายบ้านลืมอะไรไว้จึงรีบไปเปิดประตูให้ แต่ตรงหน้านั้นกลับ
กลายเป็นเด็กหญิงท่าทางอารมณ์ดีส่งยิ้มให้
    "สวัสดีค่ะ มิยาโกะจากห้องข้างๆ ค่า โซบะเสร็จรึยังคะ?"


- จบตอน -

===============================================

<< Link ตอนก่อนหน้า || สารบัญสรุปนิยาย Hidamari Sketch || Link ตอนถัดไป >>

=============================================== 

Entry ที่เกี่ยวข้องกับ Hidamari Sketch ทั้งหมดดูได้ [ที่นี่]
ดาวน์โหลดแฟนซับไทย 
Hidamari Sketch
- ฺBitorrent : หอสมุด | Bakadetsu
- Direct Download : Lily-School (Hosted by Bioice)  

===============================================
 
ซีนสุดท้ายเปิดอนิเมเทียบดูรายละเอียดจะต่างกันนิดหน่อย มีอะไรเพิ่ม มีอะไรเปลี่ยน
ถ้าอยากรู้ลองไปเปิด x365 ตอนแรกดูเอาครับ หุหุ :P

 Notice:
- เอนทรีนี้เป็นการสรุปเนื้อหาจาก Hidamari Sketch ฉบับนิยาย "ยินดีต้อนรับสู่หอพักฮิดามาริ" (ひだまりスケッチノベル ようこそひだまり荘へ)
- ผู้แต่งเนื้อเรื่องฉบับนิยายคือ Higurashi Shabou, ผู้วาดภาพประกอบคือ Aoki Ume
- ฉบับนิยายมีทั้งหมด 2 ฉบับ (อ้างอิง) แต่เท่าที่หาได้เจอเล่มนี้อยู่เล่มเดียว
- เนื้อหาที่สรุปและภาพประกอบ ได้มาจากฉบับที่ถูกแปลเป็นภาษาจีนบนบอร์ด lightnovel.cn ใครสนใจลองอ่านแบบจีน สามารถตามไปอ่านได้ที่ กระทู้นี้
- ผิดพลาดประการใดขออภัยไว้ล่วงหน้า อยากเสริมหรือทักท้วงตรงไหน เชิญได้ทางช่อง comment ไม่ต้องเกรงใจ

===============================================

<< Link ตอนก่อนหน้า || สารบัญสรุปนิยาย Hidamari Sketch || Link ตอนถัดไป >>

=============================================== 

 บทที่ 1
- โซบะย้ายบ้าน -
(Part 2)


    "โอ้ย! ตอนนี้เขียนอะไรไม่ออกแล้วยังมากวนอีก!"
หลังไล่มิยาโกะกลับห้องไปซาเอะปิดประตูถอนหายใจเฮือกใหญ่ ด้วยความที่ซาเอะจับปลาสองมือ
ทั้งฮิโระและนัทสึเมะ (ไม่ใช่แล้ว!!) ทั้งการเรียนและนิยาย แม้ตอนนี้จะเป็นช่วงปิดเทอมฤดูใบไม้ผลิ
แต่ บ.ก. สบโอกาสเพิ่มงานให้ จนตอนนี้ไปไหนไม่ได้  

ซาเอะเดินกลับไปที่โต๊ะแบบไม่ค่อยเต็มใจ ห้องซาเอะนั้นไม่มีอะไรประดับประดามากมาย
ชุดโต๊ะเก้าอี้ก็ใช้แบบเรียบๆ ง่ายๆ ตอนที่มิยาโกะเข้ามาเห็นครั้งแรกถึงกับตะลึง บอกว่าดูเป็น
มืออาชีพสุดๆ

นามปากกาที่ซาเอะใช้คือ "ทาจิบานะ อายะ" ปีที่แล้วหลังนิยายได้ออกตีพิมพ์ครั้งแรกก็
ดังเป็นพลุแตก หลังจากนั้นไม่นานจึงเริ่มเอาดีทางด้านนี้อย่างจริงจัง และเมื่อเดือนก่อนหลังจากได้
รับเงินค่าตอบแทนที่ขายนิยายรวมเล่มได้ซาเอะก็ซื้อเก้าอี้ใหม่ ตามคำแนะนำของรุ่นพี่ที่ สนพ.
ว่าโต๊ะจะเป็นแบบไหนก็ได้ แต่เก้าอี้ต้องเลือกที่คุณภาพดีๆ ไว้เพราะเป็นอาชีพที่ต้อง
นั่งทำงานนานๆ และเมื่อซาเอะนั่งทำงานบนเก้าอี้ตัวนี้ก็ดูสมเป็นมืออาชีพจริงๆ ซะด้วย
{อันที่จริง จขบ. ว่าทั้งโต๊ะทั้งเก้าอี้สำคัญทั้งคู่นะ อย่างน้อยๆ ขนาดต้องสัมพันธ์กัน
เก้าอี้ดี แต่โต๊ะสูงไปรึเตี้ยไปก็เขียนไม่ถนัดเหมือนกัน}


รู้อยู่แก่ใจว่ายังไงต้องเขียนให้ได้ แต่เจอเสียงดังจากชั้นบน บวกกับการก่อกวน
ของมิยาโกะเมื่อกี้นี้ทำให้ซาเอะเขียนอะไรไม่ออกแม้แต่น้อย จะออกไปไหนเปลี่ยนบรรยากาศ
ก็คงไม่ดีนัก เพราะเมื่อกี้กอง บ.ก. ก็เพิ่งโทรมา

ซาเอะนั้นทำงานโดยไม่ยอมใช้คอมพิวเตอร์ทั้งที่สะดวกสบายกว่า ด้วยความที่เรียนสายศิลป์
เจ้าตัวเลยเคยชินกับการใช้ปากกาและกระดาษทำงาน

คิดยังไงก็เขียนไม่ออก ซาเอะเลยยอมแพ้ล้มตัวลงนอน เงยหน้ามองเพดานแล้วคิดอะไรเรื่อยเปื่อย
    (ตอนที่เจอกับฮิโระครั้งแรกก็ราวๆ ช่วงนี้ของปีที่แล้วสินะ.....)
ปีที่แล้วช่วงที่ได้เจอกับฮิโระที่หอเป็นช่วงหลังซาเอะปั่นงานเพื่อจะส่งชิงรางวัลรางวัลนักเขียนหน้าใหม่
เจ้าตัวหน้าดำคร่ำเครียดจนไม่มีเวลาใส่ใจเรื่องปากท้องตัวเอง ฮิโระเลยช่วยทำกับข้าวง่ายๆ มาให้ทาน
ทุกวัน เพราะเหตุนี้เองซาเอะจึงได้รางวัล*มาอย่างราบรื่น และถึงตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นช่วงปั่นงานหรือ
เวลาปรกติก็ตาม ฮิโระก็มาช่วยทำกับข้าวให้ตลอด
{受到读者的注意 ไม่แน่ใจว่ารางวัลขวัญใจผู้อ่านรึเปล่า}
    "จะว่าไป...ที่เมื่อเช้าฮิโระรีบร้อนออกไปข้างนอก หรือว่าเป็นเพราะ..."
ซาเอะหันไปมุมห้องด้านบน เมื่อเช้ามีเสียงปึงปัง คงเป็นเสียงทำความสะอาดห้อง หรือไม่ก็เป็นเพราะ
มิยาโกะนอนดิ้น แต่ถ้าเป็นกรณีของฮิโระละก็...
    "ฮิโระยิ่งเป็นพวกขี้กลัวอยู่ด้วย เข้าใจผิดว่าตัวเองเจอผีรึเปล่านะ..."
ฮิโระเคยดูหนังผีแล้วไม่กล้านอนคนเดียวจนต้องขอให้ซาเอะนอนเป็นเพื่อนถึง 2 ครั้ง 2 คราว หนำซ้ำ
ยังมีอยู่หนหนึ่งที่ซาเอะต้องอยู่โยงปั่นงาน เจ้าตัวเลยมาอยู่ข้างๆ โต๊ะทำงานซาเอะแล้วต้องให้ช่วย
จับมือถึงจะหลับลง

ซาเอะหันไปมองแก้วกาแฟเปล่าข้างๆ โต๊ะ แก้วใบนั้นเป็นแก้วที่ฮิโระใส่กาแฟมาให้เมื่อเช้า
    "นานๆ ที...เราเองก็ควรจะช่วยฮิโระบ้างแฮะ"
    "ซาเอะ!"
เพิ่งพูดชื่อฮิโระไม่ทันขาดคำ ฮิโระตัวเป็นๆ ก็บุกเข้าห้องซาเอะมา
    "หา?"
ซาเอะลุกขึ้นมาจากพื้นห้อง หน้าแดงแจ๋เพราะไม่รู้ว่าที่พูดพึมพำเมื่อกี้ฮิโระจะได้ยินเข้าหรือเปล่า
ฮิโระพุ่งตรงเข้ามาซบอกซาเอะ
    "ซาเอะ ช่วยฉันด้วย!"
    "ฮ-ฮิโระ...ดะ-เดี๋ยวนะ ใจเย็นๆ ก่อน เสียงข้างบนนั่นไม่ใช่พวกผีสางที่ไหนนะ..."
ฮิโระเงยหน้าขึ้นเผยให้เห็นขอบตาแดงๆ แล้วหยิบกล่องกระดาษใบหนึ่งขึ้นมา
    "ช่วยกินไอ้นี่แทนทีสิ"
    "อะไรนะ?"
ซาเอะมองกล่องที่ว่า ด้านบนกล่องนั้นมียี่ห้อ L'ESPOIR พิมพ์ไว้
    ".....ฮิโระ?"
    "อื้อ ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้นแหละ แค่ฉันอดทนมาถึงตอนนี้ได้ก็เต็มที่แล้ว"
น้ำเสียงฮิโระบอกเป็นนัยๆ ว่าถึงไม่ได้กิน แค่ซื้อก็ยังดี
    "โธ่...ก็อย่าซื้อตั้งแต่แรกสิ"
แค่เห็นก็เข้าใจได้ไม่ยาก เพราะฮิโระนั้นโปรดปรานของหวานเป็นที่สุดเลยต้องพะวงเรื่องน้ำหนักตัวเอง
ซาเอะถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้
    "ก็...ก็มันบังเอิญไปเห็นเข้านี่นา เลยซื้อติดมือกลับมาด้วย"
    "ถ้างั้นก็อย่ามองแต่แรกสิ"
    "ฮือ..."
ฮิโระน้ำตาหยดติ๋งๆ ซาเอะเห็นแล้วก็ฝืนยิ้มแหยๆ ให้
    "ดื่มชาก่อนเถอะ แล้วเค้กนี่เดี๋ยวเอาไปให้มิยาโกะก็ได้"
ซาเอะรับกล่องเค้กมาจากมือฮิโระแล้วลุกขึ้นยืน
    "อื้อ...จ้ะ"
ฮิโระนั่งอยู่บนพื้น ยังไม่หยุดร้องไห้แต่ก็พยักหน้ารับ
ตอนทำกับข้าวฮิโระก็ดูดีอยู่หรอก แต่พอเจอของหวานเข้าเท่านั้นล่ะหมดมาดแม่บ้านกลายเป็น
เด็กน้อยคนนึงเลย
ซาเอะมองกล่องเค้กเจ้าปัญหาก่อนยัดเข้าตู้เย็น
ทั้งสองคนนั่งดื่มชาไปคุยอะไรกันไปจนถึงเย็น และดูเหมือนลืมเรื่องเสียงปึงปังจากชั้นบนไปแล้ว
หลายชั่วโมงผ่านไป ฮิโระลุกขึ้นเพื่อจะกลับห้องตัวเองไปเตรียมมื้อเย็น ขณะปิดงานสังสรรค์น้ำชา
ยามบ่ายนั้นเอง....
    "แย่แล้ว! นิยาย!"
ซาเอะตรงรี่กลับไปที่โต๊ะทำงาน เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนอารมณ์ยังขมุกขมัวอยู่แท้ๆ แต่ตอนนี้หลังจากโดน
ฮิโระบุกเข้าห้องแบบกะทันหันและนั่งคุยกันเพลินจนลืมเวลา ซาเอะก็กลับมาอารมณ์ดีหัวแล่นอีกครั้ง
    "ดีล่ะ!"
ซาเอะนั่งประจำที่บนโต๊ะ เขียนตัวหนังสือลงกระดาษได้ราวกับพรั่งพรูออกมาเอง

  - ตัดจบ Part 2 โปรดติดตามใน Part ต่อไป... - 

 ===============================================

<< Link ตอนก่อนหน้า || สารบัญสรุปนิยาย Hidamari Sketch || Link ตอนถัดไป >>

=============================================== 

Entry ที่เกี่ยวข้องกับ Hidamari Sketch ทั้งหมดดูได้ [ที่นี่]
ดาวน์โหลดแฟนซับไทย 
Hidamari Sketch
- ฺBitorrent : หอสมุด | Bakadetsu
- Direct Download : Lily-School (Hosted by Bioice)  

===============================================
ตอนนี้ไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมละเอียดเป็นพิเศษ จขบ.ตั้งใจอวยเต็มที่ครับ 555+

วันนี้อัพรวดเดียว 3 เอนทรี อีก 2 อันก่อนหน้าคือโดจิน Saki ของ Hakka-yaจิ้มดูได้จากด้านข้างเน้อ

หลังกด publish เพิ่งรู้ว่าที่เขียนเตรียมไว้หายไปเกือบหมด สงสัยไปปิดก่อนมันเซฟเสร็จ
สำหรับตอนนี้จขบ.ขอเตรียมหนีเที่ยวยาวๆ ก่อนล่ะครับ

 Notice:
- เอนทรีนี้เป็นการสรุปเนื้อหาจาก Hidamari Sketch ฉบับนิยาย "ยินดีต้อนรับสู่หอพักฮิดามาริ" (ひだまりスケッチノベル ようこそひだまり荘へ)
- ผู้แต่งเนื้อเรื่องฉบับนิยายคือ Higurashi Shabou, ผู้วาดภาพประกอบคือ Aoki Ume
- ฉบับนิยายมีทั้งหมด 2 ฉบับ (อ้างอิง) แต่เท่าที่หาได้เจอเล่มนี้อยู่เล่มเดียว
- เนื้อหาที่สรุปและภาพประกอบ ได้มาจากฉบับที่ถูกแปลเป็นภาษาจีนบนบอร์ด lightnovel.cn ใครสนใจลองอ่านแบบจีน สามารถตามไปอ่านได้ที่ กระทู้นี้
- ผิดพลาดประการใดขออภัยไว้ล่วงหน้า อยากเสริมหรือทักท้วงตรงไหน เชิญได้ทางช่อง comment ไม่ต้องเกรงใจ

===============================================

<< Link ตอนก่อนหน้า || สารบัญสรุปนิยาย Hidamari Sketch || Link ตอนถัดไป >>

=============================================== 

ภาพเปิดตอน:

Photobucket Photobucket

===============================================   

บทที่ 1
- โซบะย้ายบ้าน -

(Part 1)

ช่วงก่อนเปิดเทอมหลังมิยาโกะย้ายเข้าหอมาได้ 1 เดือน ระหว่างกินข้าวเช้ามิยาโกะได้ยินเสียง
แปลกๆ จากข้างห้องเลยลองเอาหูแนบกำแพงฟังดู ได้ยินเสียงย้ายเฟอร์นิเจอร์กับเสียงคนคุยกัน
น่าจะมีอย่างน้อยๆ 2 คน

หลังโซ้ยข้าวหมดไป 3 ชาม ฟังจากเสียงเดาว่าน่าจะย้ายของเสร็จแล้ว มิยาโกะเลยถือชามไป
เคาะห้อง 201
    "สวัสดีค่า มิยาโกะจากห้องข้างๆ โซบะย้ายบ้านเสร็จรึยังคะ"
    "เอ๋?"
ที่มิยาโกะเจอคือชาย 1 หญิง 1 ใส่ชุดสำหรับทำความสะอาด ผู้ชายนั้นอายุคราวพ่อได้ ส่วนผู้หญิง
ยังดูวัยรุ่นอยู่
    "เอ่อ...ขอถามหน่อยว่าคนไหนคือมิซาโตะเหรอคะ"
    "เอ๋?"
บนประตูนั้นมีป้ายชื่อ "มิซาโตะ" เขียนอยู่ก็จริง แต่ทั้ง 2 คนในห้องก็ทำท่าประหลาดใจ มองหน้ากัน
แล้วก็หันมาส่ายหัวกับมิยาโกะ
    "คนที่หนูถามไม่ได้อยู่ที่นี่แล้วล่ะ"
    "พวกเราเข้ามาทำความสะอาด เพราะหลังจากนี้จะมีคนเช่าใหม่ย้ายเข้ามาน่ะ"
    "อ้อ...แบบนี้นี่เอง"
พอมองดีๆ แล้วในห้องเต็มไปด้วยอุปกรณ์ทำความสะอาดเฉพาะทาง สองคนนี้คงเป็นคนจากบริษัท
ทำความสะอาดนั่นเอง
    "ขอถามหน่อยนะคะ คนที่จะมาอยู่ใหม่เนี่ยเป็นคนแบบไหนเหรอ"
    "ไม่รู้รายละเอียดเหมือนกันครับ รู้แค่ว่าเป็นนักเรียนสายศิลป์เท่านั้นเอง"
    "พวกเราเสียงดังไปรึเปล่าจ๊ะ ขอโทษด้วยนะ" {ไม่รู้คนไหนพูด จขบ.ถือวิสาสะโมเมเพศให้ =w=;}
    "ไม่เป็นไรค่ะ...."

แผนฝากท้องกับโซบะย้ายบ้านเป็นอันล่มไป มิยาโกะเลยต้องกลับห้อง
    "เจ้าของห้องคนใหม่เหรอ..."
    จะเป็นคนแบบไหนกันนะ?   
จะกลับเข้าห้องก็ไม่มีอะไรทำ แถมยังมีเสียงดังรบกวน เมื่อเห็นประตูโรงเรียนเปิดไว้อยู่ ช่วงนี้
นอกจากนักเรียนที่มาช่วยงานในโรงเรียนแล้วก็แทบไม่มีคนอื่นเพราะยังไม่เปิดเทอมมิยาโกะเลย
เนียนเข้าไปในโรงเรียน เจอเข้ากับนักเรียนหญิงคนหนึ่งวาดภาพอยู่อย่างขะมักขเม้นมิยาโกะเข้าไป
ทักทายนิดหน่อยแล้วก็ปลีกตัวออกมาเพราะไม่อยากรบกวน จากนั้นก็มีหญิงสาวผมยาวที่ดูแล้ว
ไม่น่าใช่นักเรียน น่าจะเป็นอาจารย์มากกว่า{เดาว่าเป็นเจ๊โยชิ}เข้ามาทักมิยาโกะ เพราะไม่คุ้นหน้า
หลังพูดสวัสดีมิยาโกะก็รีบตัดบทแว่บไปที่อื่น เพราะตัวเองเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต มิยาโกะ
พึมพำกับตัวเองว่าไม่มีอะไรน่าสนใจ แล้วไปเดินเล่นแถวห้องเรียนต่อ และเจอเข้ากับห้องเรียนที่มี
รูปปั้นปูนพลาสเตอร์อยู่ แต่น่าเสียดายที่ห้องนั้นถูกล็อกไว้
    "ช่วยไม่ได้ กลับหอดีกว่า"
    "ไว้ค่อยดูหลังเปิดเทอมก็ยังไม่สาย"

มิยาโกะเดินออกจากโรงเรียนกลับไปหอ ซึ่งก็ยังไม่มีอะไรทำอยู่ดี เลยเดินเตร่ต่อไปถึงเบอร์รีมาร์ท
เนื่องจากบ่จี๊เลยได้แค่ไปเกาะกระจกโฮกซาลาเปาขาวๆ อวบๆ ยั่วกิเลศให้ท้องตัวเองร้องโครกครากเล่น
เมื่อเงยหน้าขึ้นมิยาโกะก็สะดุดตาเข้ากับป้ายโฆษณาของโรงอาบน้ำใกล้ๆ "มาสะ โนะ ยู" นั่นเอง
{ที่กำเนิดฟูจิซังในตำนาน...ฮา}
มิยาโกะคิดในใจ
    "วันก่อนน้ำไม่ไหลนี่นา ไว้ลองแวะไปดูดีกว่า"

มิยาโกะเดินเตร่ไปจนเจอลานกว้างแห่งหนึ่ง ที่นั่นมีฝูงแมวจรจัดมานอนผึ่งแดดกันอยู่
แล้วมิยาโกะก็ไม่รอช้า เข้าไปร่วมวงด้วยเลย
    "ว่าไง ทำอะไรกันอยู่"
    "แง้ว~~"
    "นอนกลางวันเหรอ"
    "เมี๊ยว~~"
    "อื้มๆ อยู่กันพร้อมหน้าเลยนะ"
    "หง่าว~~"
{ถ้าใครฟังดราม่าซีดีแล้ว....มิยาโกะคุยกับแมวได้เป็นเรื่องเป็นราวมากครับ คอนเฟิร์ม 555+}
บรรดาแมวๆ ร้องขอของกินแต่มิยาโกะไม่มีอะไรจะให้
    "ขอโทษด้วยนะ ไม่ได้เอาของกินติดมาเลย"
    "แง้ว~~"
มิยาโกะยืนขึ้นท่ามกลางบรรดาแมวๆ ทั้งหลาย
    "ไปก่อนนะ ไว้คราวหน้าแวะไปที่หลังคาหอฉันก็ได้ แถวนั้นแดดดี สบายเชียวล่ะ"

พอมิยาโกะกลับถึงห้อง 201 ของตัวเองเสียงก็เงียบไปแล้ว รถบริษัททำความสะอาดก็ไม่อยู่ คาดว่า
พนักงานทั้งสองคนคงกลับไปแล้วเรียบร้อย แต่ก็ยังไม่มีวี่แววของคนที่จะย้ายเข้ามาใหม่ มิยาโกะเลย
ลงไปห้อง 101 ซึ่งเป็นห้องของรุ่นพี่ที่แก่กว่าปีนึง พอลองบิดลูกบิดดูปรากฏว่าห้องล็อกอยู่
    "แปลกจัง"
    ก็อก
    ก็อก ก็อก
    ก็อก ก็อก ก็อก ก็อก ก็อก
มิยาโกะเคาะประตูอยู่หลายหนแต่ไม่มีเสียงตอบ
    ติ๊งต่อง
    ติ๊งต่อง
    ติ๊งต่อง
    ติ๊งต่อง ติ๊งต่อง ติ๊งต่อง ติ๊งต่อง
เปลี่ยนไปกดกริ่งแทนก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นเช่นเดิม มิยาโกะถอดใจเตรียมกลับห้อง
ทันใดนั้นสาวแว่นเจ้าของห้อง 102 ก็เปิดประตูห้องตัวเองออกมา
    "หนวกหูเฟ้ย!"
    "จิเอะซังนี่นา"
    "ซาเอะย่ะ! ซา-เอะ!"
    "อ๊ะ นั่นแหละ"
ซาเอะพูดด้วยน้ำเสียงเหนื่อยๆ
    "เอาเถอะ.......แล้วมีธุระอะไรเหรอ ฮิโระไม่อยู่ห้องน่ะ"
    "คุณภรรยาไม่อยู่นี่เอง"
    "ภรรยาอะไรของเธอ....ให้ตายสิ ฮิโระน่ะออกไปตั้งแต่เช้าแล้ว ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าออกไปไหน"
    "หงุดหงิดเพราะนอนไม่พอเหรอ?"
    "ไม่ใช่ย่ะ ที่หงุดหงิดเพราะเมื่อกี้ไหนจะปั่นต้นฉบับ ไหนจะรับโทรศัพท์ น้ำตาแทบเล็ดแล้วเนี่ย!"
เห็นสภาพเหน็ดเหนื่อยของซาเอะแล้วมิยาโกะไม่อยากรบกวนเลยต้องทำใจกลับไปอยู่ห้องตัวเอง

ตัดไปทางฮิโระที่ไปซื้อกำลังยืนดูกระดาษ {กระดาษที่บอกไว้คือ 压纹纸 คิดว่าเป็นกระดาษหนังช้าง
ไม่ก็กระดาษย่น เปิดดิคฯ ไม่เจอเลยค้นรูปเอา...อันที่จริงไม่ใช่สาระสำคัญเท่าไหร่ แหะๆ ^^"}

จากร้านเรื่องเขียนใหญ่ที่ตั้งอยู่ในย่านร้านค้าเล็กๆ ใกล้กับสถานี

ย้อนไปเมื่อตอนเช้าฮิโระเองก็เจอลูกหลงจากเสียงย้ายของปึงปังจากชั้นบนด้วย
ตอนแรกฮิโระคิดว่ามาจากห้อง 202 ของมิยาโกะ แต่ฟังไปฟังมามาจากห้อง 201 เจ้าตัวหลอนนึกว่า
เจอปรากฏการณ์อะไรประหลาดๆ เสียอีก {เผื่อจำไม่ได้ ฮิโระกลัวพวกเรื่องลึกลับๆ ขึ้นสมองมว๊าก~
ไม่เชื่อลองไปฟังดราม่าซีดีของ x365 ได้ :P}


ตอนเช้านั้นฮิโระตื่นมางัวเงียๆ กินข้าวนิดหน่อยเพราะกำลังไดเอ็ท แวะไปให้กำลังใจซาเอะ
ที่อยู่ในสภาพโทรมสุดๆ เพราะอดนอนปั่นงานโต้รุ่งก่อนจะออกจากหอไปร้านเครื่องเขียน
ที่ร้านนี้นอกจากข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นสำหรับการเรียนแล้ว ยังมีของกระจุกกระจิกล่อตาล่อใจ
คอยดูดเงินจากกระเป๋าเด็กนักเรียนอยู่ด้วย

    (ฮิโระ...ต้องอดทนไว้สิ วันนี้แค่มาดูเฉยๆ เท่านั้นนะ!)

สถานะทางการเงินของฮิโระแม้ไม่จนกรอบขนาดไม่มีอันจะกินแบบมิยาโกะแต่ก็ไม่ได้ถึงขั้น
เหลือกินเหลือใช้ อีกทั้งที่เข้ามาในร้านนี้เพราะแค่อยากเดินเล่นเปลี่ยนบรรยากาศให้ลืมความกลัว
จากเสียงปึงปังของห้องชั้นบนเท่านั้น ฮิโระลังเลว่าจะไปไหนต่อดี ถ้าไปร้านเสื้อผ้าก็คงไม่พ้นเสียเงิน
จะไปร้านขายของใช้ก็ไม่มีอะไรจำเป็นต้องซื้อ พวกร้านหนังสือ ร้านซีดีก็ไปมาแล้ว สุดท้ายฮิโระใช้วิธี
ไล่เดินดูทีละชั้นจากบนลงล่าง...จนกระทั่งมาถึงโซนอันตรายคือโซนขายอาหารชั้นใต้ดิน และตัวการ
ที่ทำให้อยู่ในสภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออกขณะนี้ก็คือ ชูครีมแสนอร่อยของร้านเค้ก L'ESPOIR ที่ทั้งฟู
ทั้งนุ่ม ครีมรสชาติหวานกลมกล่อมแบบพอดิบพอดี แล้วตรงกลางยังสอดไส้ ถั่วแดงกวน เป็นความ
อร่อยขั้นเทพที่ทำฮิโระตกอยู่ในภวังค์ทีเดียว...

  - ตัดจบ Part 1 โปรดติดตามใน Part ต่อไป... -

===============================================   

<< Link ตอนก่อนหน้า || สารบัญสรุปนิยาย Hidamari Sketch || Link ตอนถัดไป >>

=============================================== 

Entry ที่เกี่ยวข้องกับ Hidamari Sketch ทั้งหมดดูได้ [ที่นี่]
ดาวน์โหลดแฟนซับไทย 
Hidamari Sketch
- ฺBitorrent : หอสมุด | Bakadetsu
- Direct Download : Lily-School (Hosted by Bioice)  

===============================================

ตอนที่ 1 พอปรินท์มาแล้วมีทั้งหมด 7 หน้า A4 ที่ทำเป็น Part 1 นี้อยู่ที่ 3 หน้า คิดว่าคงจบได้
ในอีก 1-2 พาร์ตครับ

แรกๆ พิมพ์เก็บไว้ใน Google Docs สะดวกดีเพราะใส่สีใส่ link ได้เลย แต่จู่ๆ พี่จีนดันบล็อกซะงั้น...
ถ้าต่อ vpn ไม่ได้นี่กระอักแน่ๆ สุดท้ายตอนนี้เลยกลับมาพิมพ์เก็บใส่ notpad ตามเดิม

อ่านไปอ่านมา จากจะย่อๆ ติดลมแปลไปซะเยอะ (ทั้งที่สำนวนแสนจะกาก) ซึ้งแล้วว่าแปลพวกนิยาย
เถือกกว่าแปลซับหลายเท่า.... orz
ไฟ จขบ. เริ่มมอดแล้วยิ่งดองหนักเข้าไปใหญ่.... ใครก็ได้มาช่วยสุมไฟให้ที....