ตื่นเช้ามา...เนื่องจากพี่กับน้าว่าจะหาอะไรเบาๆ ติดไปกิน ผมเลยหวดของหนักก่อน :P

มาม่า น้ำเต้าหู้ ปิ่ง(แป้งทอด)ไส้กุ่ยช่าย
ปิ่งที่นี่ทำต่างจากปักกิ่งครับ ที่ปักกิ่งแป้งจะด้านๆ กว่า
ที่นี่ใช้แป้งคล้ายๆ แป้งปาท่องโก๋ กรอบอร่อยดีทีเดียว :3
หลังเตรียมตัวพร้อมก็นั่ง taxi จากโฮสเทลไป
เป้าหมายที่ตั้งไว้มีของจีน ญี่ปุ่น ไทย ที่เหลือดูตามโอกาส
ซึ่งของจีนนั้นได้ยินว่าเข้ายากมาก แม้แต่สำหรับคนจีนเองก็เถอะ
จะมีบัตรคิวแจกให้หน้าทางเข้างานตอนเช้า ในบัตรกำหนดเวลาเข้าไว้ แต่ถ้าช้าก็หมด
ซึ่งจะมีอีกวิธีคือการเก็บตัวปั๊มในโซนนิทรรศการ (เกี่ยวกับอะไรสักอย่าง ผมลืมไปละ)
ต้องเก็บให้ได้ 15 ตัว แต่พื้นที่กว้างมาก ต้องเก็บให้ได้ก่อนเที่ยง อาจจะไม่ทัน
กว้างขนาดไหนลองดูแผนที่เอานะครับ โซนที่ว่าอยู่ทางขวาบนของแผนที่
กินที่ประมาณ 1/3 ของโซนที่อยู่เหนือแม่น้ำ
ทางเข้ามีหลายจุด
พวกผมไปถึงประตู 3 (ถ้าดูจากแผนที่จะอยู่ทางด้านบน) ตั้งแต่ 7 โมง...เขาเปิดขายตอน 8 โมงแน่ะ
ตั๋วต้องซื้อแบบวันต่อวัน แต่จะมีตั๋วประเภทไม่ fix วัน (เหมือนจะต้องซื้อที่อื่น อันนี้ลืมรายละเอียดไปแล้ว)
สำหรับคนที่ซื้อตั๋วล่วงหน้าแล้ว เข้าไปด้านในก็ยังต้องรอนะครับ เพราะประตูเข้างานเปิด 9 โมง

ตั๋วเต็มวัน ราคา 160 หยวน
ระหว่างรอซื้อ...มีคนเอาตั๋วมาขายครับ ซึ่งตั๋วอันนี้ คนขายอ้างว่าเป็นตั๋วที่ซื้อมาล่วงหน้า
โดยขายในราคาที่ถูกกว่า (เพราะเขาซื้อแบบบริษัทรึอะไรเนี่ยแหละ...)
จริงๆ เมื่อคืนก่อนหน้าเพื่อนร่วมห้องในโฮสเทลบอกไว้ ว่าตั๋วที่ขายกันนั้นสามารถใช้ได้
เพียงแต่คุยๆ กับคนที่บ้านแล้วไม่กล้าเสี่ยงครับ
อนึ่ง เรื่องตั๋วนี่ ทางรัฐจะแจกให้คนเซี่ยงไฮ้ฟรี คนละใบ ซึ่งจะระบุช่วงวันที่เข้าได้ต่างกัน
บางคนที่ไม่เข้าไปเที่ยว เอาไปขายต่อก็มี (แต่ดูแล้วที่เขามาขายไม่น่าใช่ จำนวนที่มีมันเยอะ)
ระหว่างต่อมีผู้ชายอ้วนๆ ดำๆ คนนึงเดินแทรกเข้ามาแซงคิวเกือบสุดหัวแถวมายืนแบบไม่รู้ไม่ชี้
น่าหงุดหงิดพอสมควรทีเดียว แต่พอใกล้ๆ เวลาเปิดขายตั๋วไม่รู้เดินหายไปไหน
ยังงงๆ อยู่ว่าตกลงมันจะแซง มันมาสำรวจเฉยๆ รึอะไรกันแน่ฟะ... -_-;
หันมาถ่ายหลังซื้อตั๋วเสร็จ...ไม่ยาวอย่างที่คิด
หลังซื้อตั๋วก็เิดินเข้าไปในบริเวณก่อนเข้างาน ซึ่งจะมีการตรวจกระเป๋า และตามตัว
ในนั้นห้ามเอาน้ำเข้าไป แต่แนะนำว่าควรพกไว้ก่อนเพื่อกินระหว่างรอเข้าแถวครับ
รึถ้าคิดว่าจะยังไม่กิน ให้พกขวดเปล่าไป ข้างในมีน้ำกินให้เติมฟรี
และนี่คือสภาพแถว.........

ระหว่างรอมีควัก NDS ออกมาเล่น แต่ต้องคอยหลบไอน้ำที่พ่นดับร้อนให้เป็นระยะๆ (ฮา)

หลังฝ่าด่านตรวจมาได้ เห็นฟ้าแล้วรู้สึกว่าโล่งมากกกกกก

ไม่ไกลจากจุดตรวจมีน้ำดื่มฟรีบริการให้
พวกผมตัดใจว่าคงไม่เข้าของจีนแล้ว เพราะจะให้ไล่เก็บในเวลาไม่ถึง 3 ชม. เนี่ย
ยากและทรมานสังขารเกิน...
ข้างในมีเรือ รถเมล์ รถใต้ดิน บริการฟรีทั้งหมดครับ
พวกผมนั่งเรื่อไปอีกฟากหนึ่ง จุดหมายคือซุ้มของญี่ปุ่น

ขอแหมะตากแอร์ตรงที่นั่งก่อน...

สีม่วงอ่อนๆ นั่นแหละครับ ของญี่ปุ่น
อ่านจากในหนังสือไกด์ว่าคอนเซปท์การออกแบบเป็นรูปเซลล์
ใกล้ๆ กันก็เป็นของเกาหลี คนรอเข้าเยอะเป็นอันดับต้นๆ พอกับของญี่ปุ่นเลย
ดักคนเป็นชุดๆ แล้วปล่อยเข้าทีละชุด พอปล่อยแล้วเข้าข้างใน
เจอด่านดักใหม่ เรียกว่ายืนต่อกันแบบไม่เห็นหัวแถวครับ...

มีตัวเลขบอกเวลาตรงเสาคร่าวๆ ...จากจุดนี้ อีก 2 ชั่วโมงกว่าจะได้เข้าครับ
ระหว่างเข้าแถว ในช่วงที่ยังเป็นด่านกักคน...หากหิวน้ำ หรืออยากเข้าห้องน้ำ สามารถบอกเจ้าหน้าที่
เพื่อขอแว่บออกไปได้ เจ้าหน้าที่จะขอตั๋วเข้างานมา เขียนโน้ตไว้ แล้วพอกลับเข้าคิวก็ยื่นให้ดูครับ
ส่วนตอนถึงข้างในๆ ที่ต้องเดินไหลไปเรื่อยๆ อันนี้ซื้อน้ำ ซื้อของกินพอซื้อจากข้างๆ ได้
มีคนมาขายติดรั้วเลย แต่ถ้าเข้าห้องน้ำนี่ไม่ทราบเหมือนกัน...

จุดนี้เป็นนิทรรศการย่อย เข้าใจว่าเนื้อหาน่าจะเปลี่ยนไปเป็นช่วงๆ
วันที่ผมไปนั้นเป็นของฮอกไกโดครับ (แต่หลังออกมาก็ไปดูที่อื่นแทน ไม่ได้เข้าไปดูตรงนี้)

เบ็ดเสร็จร่วม 3 ชั่วโมง กว่าจะถึงจุดที่เขียนว่า "ทางเข้า"

เข้าไปแล้วยังมีแถวขนาดย่อมๆ อีกชั้น... (เจอข้างนอกมาก่อนถึงกล้าเรียกแถวนี้ว่าขนาดย่อม...)
เด็กเล็ก/คนแก่นั่งรถเข็น + 1 คนเข็น จะได้ลัดคิวเข้าตรงจุดนี้...แต่ก็ยังต้องรอเหมือนกันครับ
บางคนมาพ่อแม่+เข็นลูก ก็ให้คนเข็นเข้าได้คนเดียวครับ ถ้าจะเข้า 3 คนก็ต้องต่อแถวปรกติ

พนง.ยืนต้นรับ และอธิบายเป็นญี่ปุ่น + จีนสำเนียงญี่ปุ่น ว่าด้านใน...ไม่มีห้องน้ำ และงดถ่ายรูป
แต่ด้วยสัญชาติญาณอันเป็นเอกลักษณ์ของชาวจีน เข้าไปยังไม่ทันไร พี่แกก็กดถ่ายกันยิกๆ แล้วครับ
จนท.ข้างในก็เห็นนะ แต่ไม่ได้เตือนท่าทางคงปลงแล้ว
พอเข้าถึงข้างในได้ พี่ท่านทั้งหลายก็จ้ำกันลืมตาย ไม่ได้สนใจเนื้อหาที่แสดงเลย
อย่างน้อยเดินดูให้คุ้มกับเวลาที่เสียไปตอนเข้าแถวหน่อยสิฟะพวกเมิง!! <--- จขบ.ตะโกนในใจ
เดินเข้าในๆ กดกันนัก ผมก็เริ่มกดมั่งแล้วกัน -_-)"
(อย่างน้อยก็ไม่เปิดแฟลชกวนชาวบ้าน...)
ข้างในพูดถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม
(คอนเซปท์งาน Expo ปีนี้จะค่อนข้างเน้นเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมครับ)

เป็นทางให้เดินดูอะไรไปเรื่อยๆ (ก็ไม่ต้องไปรีบเดินตามคนจีนหรอก)
จนถึงห้องแสดง ซึ่งกักให้คนเข้าเป็นชุดๆ เมื่อเข้ามาก็เจอโฆษณากล้อง Canon...ไม่ใช่ละ
โชว์เทคโนโลยีกล้องใหม่ของ Canon ครับ แสดงการซูมแบบภาพคมกริบๆ
มีวีดีโอเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการตามดูนก ที่รัฐบาลเคยให้รัฐบาลญี่ปุ่นไป
พร้อมกับโชว์เทคโนโลยีของญี่ปุ่นเอง อย่างจอฉายภาพบนเวทีที่ใช้การเคลื่อนไหวบังคับ
หรือรถเข็นหน้าตาไฮโซ... (เดี๋ยวมีของจริงโชวในห้องถัดไป)

แล้วก็มีหุ่นยนต์มาโชว์เล่นดนตรี...
รถเข็น (?) ที่บอกไว้ก่อนหน้านี้ครับ วิ่งได้เร็วทีเดียวเชียวล่ะ
นั่งดูแบบงงๆ กับเรื่องราวเล็กน้อย มีซับภาษาอังกฤษเล่าเรื่องด้านข้าง
แต่อ่านไม่ค่อยทันเพราะถ่ายรูปไปด้วย -_-"
งานอนิเมชันที่ฉายด้านหลังลายเส้นเหมือนหมึกง่ายๆ แต่การเคลื่อนไหวเนียนทีเดียวครับ
บางฉากมีใช้ 3D ประกอบด้วย
เจอเล่นกราฟฟิคตัวอักษรแบบนี้ ชักสงสัยครับว่า Shaft แอบไปทำให้รึเปล่า
ไปถึงบางอ้อตอนดูจบ ว่าเป็นฝีมือของ
Studio 4°C ...เห็นชื่อนี้ก็หายข้องใจในความเทพแล้วครับ...
พอจบจากตรงนี้ก็ถือว่าหมดครับ ตรงทางออกมีหน้าคนที่ถ่ายจากห้องฉายหนังขึ้นมาทีละคน
(โชว์ศักยภาพกล้องแคนอน)
ถ้าถามผมว่าซุ้มของญี่ปุ่นดีมั้ย...มันก็ดีแหละครับ
แต่ให้เทียบเวลาเข้าแถว 3 ชม.แล้วเนี่ย ไม่คุ้มเท่าไหร่...
[------ เขียนค้างอยู่ เดี๋ยวมาต่อ -------]