[Spoil] Hidamari Sketch Light Novel - บทที่ 1 โซบะย้ายบ้าน (1)
posted on 21 Aug 2010 13:48 by mukiki in Anime-Manga, My-Translation Notice:
- เอนทรีนี้เป็นการสรุปเนื้อหาจาก Hidamari Sketch ฉบับนิยาย "ยินดีต้อนรับสู่หอพักฮิดามาริ" (ひだまりスケッチノベル ようこそひだまり荘へ)
- ผู้แต่งเนื้อเรื่องฉบับนิยายคือ Higurashi Shabou, ผู้วาดภาพประกอบคือ Aoki Ume
- ฉบับนิยายมีทั้งหมด 2 ฉบับ (อ้างอิง) แต่เท่าที่หาได้เจอเล่มนี้อยู่เล่มเดียว
- เนื้อหาที่สรุปและภาพประกอบ ได้มาจากฉบับที่ถูกแปลเป็นภาษาจีนบนบอร์ด lightnovel.cn ใครสนใจลองอ่านแบบจีน สามารถตามไปอ่านได้ที่ กระทู้นี้
- ผิดพลาดประการใดขออภัยไว้ล่วงหน้า อยากเสริมหรือทักท้วงตรงไหน เชิญได้ทางช่อง comment ไม่ต้องเกรงใจ
===============================================
<< Link ตอนก่อนหน้า || สารบัญสรุปนิยาย Hidamari Sketch || Link ตอนถัดไป >>
===============================================
ภาพเปิดตอน:
===============================================
บทที่ 1
- โซบะย้ายบ้าน -
(Part 1)
ช่วงก่อนเปิดเทอมหลังมิยาโกะย้ายเข้าหอมาได้ 1 เดือน ระหว่างกินข้าวเช้ามิยาโกะได้ยินเสียง
แปลกๆ จากข้างห้องเลยลองเอาหูแนบกำแพงฟังดู ได้ยินเสียงย้ายเฟอร์นิเจอร์กับเสียงคนคุยกัน
น่าจะมีอย่างน้อยๆ 2 คน
หลังโซ้ยข้าวหมดไป 3 ชาม ฟังจากเสียงเดาว่าน่าจะย้ายของเสร็จแล้ว มิยาโกะเลยถือชามไป
เคาะห้อง 201
"สวัสดีค่า มิยาโกะจากห้องข้างๆ โซบะย้ายบ้านเสร็จรึยังคะ"
"เอ๋?"
ที่มิยาโกะเจอคือชาย 1 หญิง 1 ใส่ชุดสำหรับทำความสะอาด ผู้ชายนั้นอายุคราวพ่อได้ ส่วนผู้หญิง
ยังดูวัยรุ่นอยู่
"เอ่อ...ขอถามหน่อยว่าคนไหนคือมิซาโตะเหรอคะ"
"เอ๋?"
บนประตูนั้นมีป้ายชื่อ "มิซาโตะ" เขียนอยู่ก็จริง แต่ทั้ง 2 คนในห้องก็ทำท่าประหลาดใจ มองหน้ากัน
แล้วก็หันมาส่ายหัวกับมิยาโกะ
"คนที่หนูถามไม่ได้อยู่ที่นี่แล้วล่ะ"
"พวกเราเข้ามาทำความสะอาด เพราะหลังจากนี้จะมีคนเช่าใหม่ย้ายเข้ามาน่ะ"
"อ้อ...แบบนี้นี่เอง"
พอมองดีๆ แล้วในห้องเต็มไปด้วยอุปกรณ์ทำความสะอาดเฉพาะทาง สองคนนี้คงเป็นคนจากบริษัท
ทำความสะอาดนั่นเอง
"ขอถามหน่อยนะคะ คนที่จะมาอยู่ใหม่เนี่ยเป็นคนแบบไหนเหรอ"
"ไม่รู้รายละเอียดเหมือนกันครับ รู้แค่ว่าเป็นนักเรียนสายศิลป์เท่านั้นเอง"
"พวกเราเสียงดังไปรึเปล่าจ๊ะ ขอโทษด้วยนะ" {ไม่รู้คนไหนพูด จขบ.ถือวิสาสะโมเมเพศให้ =w=;}
"ไม่เป็นไรค่ะ...."
แผนฝากท้องกับโซบะย้ายบ้านเป็นอันล่มไป มิยาโกะเลยต้องกลับห้อง
"เจ้าของห้องคนใหม่เหรอ..."
จะเป็นคนแบบไหนกันนะ?
จะกลับเข้าห้องก็ไม่มีอะไรทำ แถมยังมีเสียงดังรบกวน เมื่อเห็นประตูโรงเรียนเปิดไว้อยู่ ช่วงนี้
นอกจากนักเรียนที่มาช่วยงานในโรงเรียนแล้วก็แทบไม่มีคนอื่นเพราะยังไม่เปิดเทอมมิยาโกะเลย
เนียนเข้าไปในโรงเรียน เจอเข้ากับนักเรียนหญิงคนหนึ่งวาดภาพอยู่อย่างขะมักขเม้นมิยาโกะเข้าไป
ทักทายนิดหน่อยแล้วก็ปลีกตัวออกมาเพราะไม่อยากรบกวน จากนั้นก็มีหญิงสาวผมยาวที่ดูแล้ว
ไม่น่าใช่นักเรียน น่าจะเป็นอาจารย์มากกว่า{เดาว่าเป็นเจ๊โยชิ}เข้ามาทักมิยาโกะ เพราะไม่คุ้นหน้า
หลังพูดสวัสดีมิยาโกะก็รีบตัดบทแว่บไปที่อื่น เพราะตัวเองเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต มิยาโกะ
พึมพำกับตัวเองว่าไม่มีอะไรน่าสนใจ แล้วไปเดินเล่นแถวห้องเรียนต่อ และเจอเข้ากับห้องเรียนที่มี
รูปปั้นปูนพลาสเตอร์อยู่ แต่น่าเสียดายที่ห้องนั้นถูกล็อกไว้
"ช่วยไม่ได้ กลับหอดีกว่า"
"ไว้ค่อยดูหลังเปิดเทอมก็ยังไม่สาย"
มิยาโกะเดินออกจากโรงเรียนกลับไปหอ ซึ่งก็ยังไม่มีอะไรทำอยู่ดี เลยเดินเตร่ต่อไปถึงเบอร์รีมาร์ท
เนื่องจากบ่จี๊เลยได้แค่ไปเกาะกระจกโฮกซาลาเปาขาวๆ อวบๆ ยั่วกิเลศให้ท้องตัวเองร้องโครกครากเล่น
เมื่อเงยหน้าขึ้นมิยาโกะก็สะดุดตาเข้ากับป้ายโฆษณาของโรงอาบน้ำใกล้ๆ "มาสะ โนะ ยู" นั่นเอง
{ที่กำเนิดฟูจิซังในตำนาน...ฮา}
มิยาโกะคิดในใจ
"วันก่อนน้ำไม่ไหลนี่นา ไว้ลองแวะไปดูดีกว่า"
มิยาโกะเดินเตร่ไปจนเจอลานกว้างแห่งหนึ่ง ที่นั่นมีฝูงแมวจรจัดมานอนผึ่งแดดกันอยู่
แล้วมิยาโกะก็ไม่รอช้า เข้าไปร่วมวงด้วยเลย
"ว่าไง ทำอะไรกันอยู่"
"แง้ว~~"
"นอนกลางวันเหรอ"
"เมี๊ยว~~"
"อื้มๆ อยู่กันพร้อมหน้าเลยนะ"
"หง่าว~~"
{ถ้าใครฟังดราม่าซีดีแล้ว....มิยาโกะคุยกับแมวได้เป็นเรื่องเป็นราวมากครับ คอนเฟิร์ม 555+}
บรรดาแมวๆ ร้องขอของกินแต่มิยาโกะไม่มีอะไรจะให้
"ขอโทษด้วยนะ ไม่ได้เอาของกินติดมาเลย"
"แง้ว~~"
มิยาโกะยืนขึ้นท่ามกลางบรรดาแมวๆ ทั้งหลาย
"ไปก่อนนะ ไว้คราวหน้าแวะไปที่หลังคาหอฉันก็ได้ แถวนั้นแดดดี สบายเชียวล่ะ"
พอมิยาโกะกลับถึงห้อง 201 ของตัวเองเสียงก็เงียบไปแล้ว รถบริษัททำความสะอาดก็ไม่อยู่ คาดว่า
พนักงานทั้งสองคนคงกลับไปแล้วเรียบร้อย แต่ก็ยังไม่มีวี่แววของคนที่จะย้ายเข้ามาใหม่ มิยาโกะเลย
ลงไปห้อง 101 ซึ่งเป็นห้องของรุ่นพี่ที่แก่กว่าปีนึง พอลองบิดลูกบิดดูปรากฏว่าห้องล็อกอยู่
"แปลกจัง"
ก็อก
ก็อก ก็อก
ก็อก ก็อก ก็อก ก็อก ก็อก
มิยาโกะเคาะประตูอยู่หลายหนแต่ไม่มีเสียงตอบ
ติ๊งต่อง
ติ๊งต่อง
ติ๊งต่อง
ติ๊งต่อง ติ๊งต่อง ติ๊งต่อง ติ๊งต่อง
เปลี่ยนไปกดกริ่งแทนก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นเช่นเดิม มิยาโกะถอดใจเตรียมกลับห้อง
ทันใดนั้นสาวแว่นเจ้าของห้อง 102 ก็เปิดประตูห้องตัวเองออกมา
"หนวกหูเฟ้ย!"
"จิเอะซังนี่นา"
"ซาเอะย่ะ! ซา-เอะ!"
"อ๊ะ นั่นแหละ"
ซาเอะพูดด้วยน้ำเสียงเหนื่อยๆ
"เอาเถอะ.......แล้วมีธุระอะไรเหรอ ฮิโระไม่อยู่ห้องน่ะ"
"คุณภรรยาไม่อยู่นี่เอง"
"ภรรยาอะไรของเธอ....ให้ตายสิ ฮิโระน่ะออกไปตั้งแต่เช้าแล้ว ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าออกไปไหน"
"หงุดหงิดเพราะนอนไม่พอเหรอ?"
"ไม่ใช่ย่ะ ที่หงุดหงิดเพราะเมื่อกี้ไหนจะปั่นต้นฉบับ ไหนจะรับโทรศัพท์ น้ำตาแทบเล็ดแล้วเนี่ย!"
เห็นสภาพเหน็ดเหนื่อยของซาเอะแล้วมิยาโกะไม่อยากรบกวนเลยต้องทำใจกลับไปอยู่ห้องตัวเอง
ตัดไปทางฮิโระที่ไปซื้อกำลังยืนดูกระดาษ {กระดาษที่บอกไว้คือ 压纹纸 คิดว่าเป็นกระดาษหนังช้าง
ไม่ก็กระดาษย่น เปิดดิคฯ ไม่เจอเลยค้นรูปเอา...อันที่จริงไม่ใช่สาระสำคัญเท่าไหร่ แหะๆ ^^"}
จากร้านเรื่องเขียนใหญ่ที่ตั้งอยู่ในย่านร้านค้าเล็กๆ ใกล้กับสถานี
ย้อนไปเมื่อตอนเช้าฮิโระเองก็เจอลูกหลงจากเสียงย้ายของปึงปังจากชั้นบนด้วย
ตอนแรกฮิโระคิดว่ามาจากห้อง 202 ของมิยาโกะ แต่ฟังไปฟังมามาจากห้อง 201 เจ้าตัวหลอนนึกว่า
เจอปรากฏการณ์อะไรประหลาดๆ เสียอีก {เผื่อจำไม่ได้ ฮิโระกลัวพวกเรื่องลึกลับๆ ขึ้นสมองมว๊าก~
ไม่เชื่อลองไปฟังดราม่าซีดีของ x365 ได้ :P}
ตอนเช้านั้นฮิโระตื่นมางัวเงียๆ กินข้าวนิดหน่อยเพราะกำลังไดเอ็ท แวะไปให้กำลังใจซาเอะ
ที่อยู่ในสภาพโทรมสุดๆ เพราะอดนอนปั่นงานโต้รุ่งก่อนจะออกจากหอไปร้านเครื่องเขียน
ที่ร้านนี้นอกจากข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นสำหรับการเรียนแล้ว ยังมีของกระจุกกระจิกล่อตาล่อใจ
คอยดูดเงินจากกระเป๋าเด็กนักเรียนอยู่ด้วย
(ฮิโระ...ต้องอดทนไว้สิ วันนี้แค่มาดูเฉยๆ เท่านั้นนะ!)
สถานะทางการเงินของฮิโระแม้ไม่จนกรอบขนาดไม่มีอันจะกินแบบมิยาโกะแต่ก็ไม่ได้ถึงขั้น
เหลือกินเหลือใช้ อีกทั้งที่เข้ามาในร้านนี้เพราะแค่อยากเดินเล่นเปลี่ยนบรรยากาศให้ลืมความกลัว
จากเสียงปึงปังของห้องชั้นบนเท่านั้น ฮิโระลังเลว่าจะไปไหนต่อดี ถ้าไปร้านเสื้อผ้าก็คงไม่พ้นเสียเงิน
จะไปร้านขายของใช้ก็ไม่มีอะไรจำเป็นต้องซื้อ พวกร้านหนังสือ ร้านซีดีก็ไปมาแล้ว สุดท้ายฮิโระใช้วิธี
ไล่เดินดูทีละชั้นจากบนลงล่าง...จนกระทั่งมาถึงโซนอันตรายคือโซนขายอาหารชั้นใต้ดิน และตัวการ
ที่ทำให้อยู่ในสภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออกขณะนี้ก็คือ ชูครีมแสนอร่อยของร้านเค้ก L'ESPOIR ที่ทั้งฟู
ทั้งนุ่ม ครีมรสชาติหวานกลมกล่อมแบบพอดิบพอดี แล้วตรงกลางยังสอดไส้ ถั่วแดงกวน เป็นความ
อร่อยขั้นเทพที่ทำฮิโระตกอยู่ในภวังค์ทีเดียว...
- ตัดจบ Part 1 โปรดติดตามใน Part ต่อไป... -
===============================================
<< Link ตอนก่อนหน้า || สารบัญสรุปนิยาย Hidamari Sketch || Link ตอนถัดไป >>
===============================================
Entry ที่เกี่ยวข้องกับ Hidamari Sketch ทั้งหมดดูได้ [ที่นี่]
ดาวน์โหลดแฟนซับไทย Hidamari Sketch
- ฺBitorrent : หอสมุด | Bakadetsu
- Direct Download : Lily-School (Hosted by Bioice)
===============================================
ตอนที่ 1 พอปรินท์มาแล้วมีทั้งหมด 7 หน้า A4 ที่ทำเป็น Part 1 นี้อยู่ที่ 3 หน้า คิดว่าคงจบได้
ในอีก 1-2 พาร์ตครับ
แรกๆ พิมพ์เก็บไว้ใน Google Docs สะดวกดีเพราะใส่สีใส่ link ได้เลย แต่จู่ๆ พี่จีนดันบล็อกซะงั้น...
ถ้าต่อ vpn ไม่ได้นี่กระอักแน่ๆ สุดท้ายตอนนี้เลยกลับมาพิมพ์เก็บใส่ notpad ตามเดิม
อ่านไปอ่านมา จากจะย่อๆ ติดลมแปลไปซะเยอะ (ทั้งที่สำนวนแสนจะกาก) ซึ้งแล้วว่าแปลพวกนิยาย
เถือกกว่าแปลซับหลายเท่า.... orz
ไฟ จขบ. เริ่มมอดแล้วยิ่งดองหนักเข้าไปใหญ่.... ใครก็ได้มาช่วยสุมไฟให้ที....



นั่นไงล่ะ มิยาโกะคุยกะแมวได้จริงๆด้วย
มาถึงก็ถามหาของกินเลย แสดงว่าตอนไปขอในเล่น1นี่รออยู่นานแล้วสินะ...
พอดีไม่เคยดูมาก่อน แต่เห็นซาเอะ+อ่านเล่ม1แล้วชักติดใจ....
#1 By Rand Kung on 2010-08-21 20:30