[Di] ไปตรัง again
posted on 13 Apr 2008 12:50 by mukiki in Diary-Event
จากสภาพดีๆเมื่อวานตอนนี้ไอ้มงกลับนอนเปื่อยอยู่บ้าน
อยู่บ้านเฉยๆยังโดนหวัดจะรับประทาน นี่ท่าทางไข้จะขึ้นอีก ยังไงได้วันหยุดยาวทั้งทีไม่ขอนอนซมเฉยๆเด็ดขาดเฟ้ย!!
พอๆ เข้าเรื่องดีกว่า มีรูปมาแปะก็แสดงว่าออกไปโต๋เต๋ข้างนอกแน่นอน
ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 แล้วครับ สำหรับการไปตรังปละเกาะมุกด์
ไม่ได้ตื่นเต้นตกใจเพราะความสวยงามแบบหนแรก แต่ก็ไม่ใช่การเที่ยวทุลักทุเลแบบหนแรกเช่นกัน
ทั้งนี้ทั้งนั้นเพราะเตรียมตัวค่นข้างพร้อม ที่สำคัญ...คราวนี้ยิงรูปไม่อั้น!!
ออกเดินทางคืนวันที่ 5 ถึงโน่น เช้าวันที่ 6
แวะพาเพื่อนไปหม่ำร้านเรือนไทยติ่มซำ (ใครไปตรังขอให้แวะไปลองชิมร้านนี้ครับ เจ๋งสุดๆ
แต่ต้องบอกจุดหมายตุ๊กๆดีๆครับ เจอมาแล้วกับการที่บอกพาไปร้านไหนก็ได้แล้วเจอร้านกะโหลกกะลาสุดติง)
เข้าตัวเมืองตรัง-เรือบังมารับ
ภาพแรกบนเกาะมุึกด์-บ้านชาวบ้านแถวนั้นยังเหมือนเดิม
จ๊ะ(แฟนบัง) เตรียมกับข้าวไว้พร้อมสรรพ รอดตายไป 1 มื้อ =/\=
มีรถไอติมบนเกาะด้วย เจ๋งๆ
เดินจากบ้านบังไปไม่ถึง 10 นาทีก็ถึงที่พัก
สมาชิกที่ไปงวดนี้เบ็ดเสร็จ 5 คน แต่ 1 ในนั้นมีคนที่เพิ่งเคยไปด้วย
สำหรับวันแรกก็เลยเดินสำรวจเกาะให้หน้าใหม่รู้จักและหน้าเก่าหายคิดถึง
ต้นตาลที่ถ้าดูถูกมุมพุ่มมันจะเป็นรูปหัวใจ!! เจ๋งได้อีก!!
เดินไปจนถึงรีสอร์ทที่หัวแหลม แล้วก็เดินกลับ (ที่นั่นคืนละ 6000 ส่วนที่ๆ ผมพักคืนละ 300 ฮา...)
แล้วก็มาแวะกินน้ำกินท่าที่ร้านจ๊ะสั้น
สัตว์โลกน่าระระหว่างทาง (กล้อง FZ50 เหมาะกับพวกสตอล์กเกร์ชัดๆ ยิงได้ไกลสะใจเป็นบ้าเลย)

เดินกลับไปหัวแหลมรอบเย็นอีกรอบ ติดใจมากสินะ...
หน้า่ตาห้องที่พัก ....คืนละ 300 ก็เกาะเดียวทะเลเดียวกับ 6000 เฟ้ย!!
มื้อค่ำที่บ้านบังบ่าวอีกรอบ
วิวยามเช้าหน้าที่พัก
ถ่ายจากเรือนที่เค้าใช้ประชุม
วันนี้บังจะพาไปดำน้ำครับ แต่พวกผมดันตื่นช้า
อย่าว่าแต่ข้าวกล่องเลย หาข้าวเช้าทานยังหาแทบไม่ได้
สุดท้ายได้ร้านในหมู่บ้าน (แบบข้าวก้นหม้อ 2 จานสุดท้าย) ช่วยชีวิต
ส่วนข้าวกล่องสั่งเป็นผัดมาม่าแทน
ลงเรือเตรียมออกไปดำน้ำดูปะการัง
แวะพักกินข้าวที่เกาะกระดาน หาดสวยมากกกกกกก น้ำใสแจ๋ว
ถ่ายนกจากบนเรือนี่แหละข้อดีของการยิงไกล - -+
(แต่มุึมกว้างๆรอไถ Canon ของเพื่อน...ฮา)
เรือนที่เค้าปลูกไว้เฝ้ารังนกนางแอ่นครับ
ตอนนี้ไม่มีใครอยู่แล้วบังเล่าให้ฟังด้วยล่ะว่ามีคนตายในนั้นตั้งหลายเดือนกว่าจะมีคนมาเจอ - -"
กลับมาที่เกาะมุกด์ ปรากฎว่าน้ำลงเยอะเลยครับ
ต้องย่ำผ่านทุ่งหญ้าทะเลขึ้นเกาะเพราะเข้าไปลึกกว่านั้นไม่ได้
ลูกบังหยิบปลิงมาบีบเล่นซะงั้น...
น้ำพุ่งปรี๊ดๆจนนึกว่าถ้าเอามาใช้แทนปืนฉีดน้ำคงสนุกพิลึก
ต่อจากทุ่งหญ้าทะเลก็เป็นเขตดงหอย ตรงนี้ถ้าไม่ใส่รองเท้าโชกเลือดแน่ครับ
หนแรกสุดที่มา เด็กๆพามาเล่นน้ำตรงนี้ (ตอนนั้นยังไม่เห็นว่าข้างล่างเป็นงี้)
ตอนขึ้นเล่นเอาสาหัสครับต้องย่ำผ่านดงหอยตรงนี้เท้าเปล่าๆ
เปลือกหอยคมมาก บาดโดนไม่รู้กี่ที
กลับไปต้องเอาเข็มลนไฟแงะหนามหอยออกจากเท้า...ซี้ด พูดแล้วยังเจ็บไม่หาย
หน้ำซ้ำวันที่โดนเป็นวันแรกของการเดินทางครับ นั่นหมายความว่าวันอื่นๆที่เหลือ
พวกผมต้องทนเที่ยวแบบตีนระบม เดินบนหาดทรายก็โดนทรายกระเด็นเข้าแผล
...เป็นการเที่ยวหนแรกที่เจ็บปวดครับ คอนเฟิร์ม orz
แต่หนนี้เหรอครับ...ไม่ได้แอ้มซะหรอก คราวนี้แอดด้าหนาพิเศษ ไม่กลัวเฟ้ย - -+
ตอนอยู่บนเรือเพื่นผมตาไวเห็นกองเหลืองๆอยู่หน้าที่พักลิบๆ
มันคือดอกไม้ที่ร่วงๆมานั่นเอง ว่าแล้วก็ไม่รอช้า ขึ้นถึงหาดได้ก็วิ่งไปถ่ายเลย
กลิ้งเกลือกถ่ายรูปกับกองดอกไม้ก็มาต่อกันด้วยมื้อค่ำของโรงแรม
ของทะเลสดๆย่างกันเอง เป็น self service ที่แปลกใหม่ดี - -+
ของที่ย่างมีกุ้งกับหมึกครับ สดจี๋ เนื้อหวานมาก
ราคาก็ถูกมาก(ราคาตลาด) โรงแรมแทบไม่ได้ชาร์จเลย
เช้าวันที่ 7 เดินเตร่ไปหาอะไรกินยามเช้า
โอวัลตินร้อนหวานๆมันๆยามเช้า ทานกับจะโก้ย(ปาท่องโก๋)ชิ้นโตๆ
กับข้าวเหนียวสังขยา สุดยอดครับพี่น้อง!
เดินไปถ้ายรูปเล่นที่ท่าเรือ
เผื่อใครสงสัยว่ารูปแมวเยอะ
บนเกาะที่นี่ส่วนใหญ่เป็นชาวอิสลามครับ นิยมเลี้ยงแมว แพะ เป็ด ไก่
โดยเฉพาะแมวนี่ ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมมันเชื่องกว่าแมวในเมืองมากๆ
เล่นตัวไหน ตัวนั้นติด อ้อ อีกอย่าง แมวเกาะนี่ดูสะอาดสะอ้านทุกตัวครับ จับแล้วนุ่มมือ
น่าร๊ากกกก จะเอากลับบ้านนนน >w<
ออกไปดำน้ำอีกรอบ ไม่ค่อยได้ถ่ายอะไร กลัวเปียก+วันแรกๆถ่ายแล้ว
วันนี้เข้าถ้ำมรกตแต่ไม่มีอะไรใส่กันกล้องเลยไม่ได้เอาเข้าไปถ่าย
ลูกกลมๆพวกนี้ฝีมือเจ้าปูลมครับ มีอยู่เต็มหาดเลย
เดินไปถ่ายพระอาทิตย์ตกที่หัวแหลม
ต่อด้วยพระอาทิตย์ยามเช้าที่ท่าเรือ
กาแฟยามเช้า...มื้อสุดท้ายบนเกาะก่อนเดินทางกลับ
เดินเล่นย่อยอาหารที่ป่ายาง
เดินไปตามป้ายจนเจจุดปลอดภัยจากซึนามิ ไม่เห็นมีอะไรเลย - -"
ถ่ายเล่นอีกนิดหน่อยก่อนกลับ
มีขนมเลียนแบบเลย์ด้วย ห่อละ 2 บาท...ฮา
ที่เหลือตอนขากลับก็ขึ้นฝั่งไปเดินเล่น กินอะไรในห้างในเมืองซักแปบ ซื้อของฝากแล้วก็ขึ้นรถ
แต่ไอ้ตอนขากลับที่กำหนดการเลือนไป 1 วันเนี่ยแหละ นรกจริงๆ - -"
เพื่อนจองตั๋วได้ช้ากว่ากำหนดการไปวันนึง ไม่งั้นจริงๆได้กลับตั้งแต่วันที่7 แล้ว
แถมบนรถนอนไม่หลับ ถึงกทม.ตี 4เข้าบ้านตี 5 นอน 6 โมง ตื่น 7 โมงไปทำงาน
สลับกลับเข้าโหมดซาลารี่มังแทบไม่ทัน =A=!!
ปล.โดนแดดเผาตอนดำน้ำจนเกรียม
วันแรกที่กลับมา > หน้าลอก
ถัดมาก็หัว ตอนนี้แขนก็เริ่มๆละ 555+
edit @ 14 Apr 2008 09:19:00 by Mukiki























































ไม่ยอมไปกินกันเลยป่วยเลยเห็นมะ :P
สุขสันต์วันปีใหม่ครับ
#1 By EDS on 2008-04-14 09:27